การอบไอน้ำสมุนไพรหรือการอบสมุนไพรเป็นวิธีการดูแลรักษาวิธีหนึ่งของการแพทย์แผนไทย ซึ่งสามารถนำไปใช้ควบคู่กับการนวดแผนไทย หลักการอบสมุนไพรคือต้มสมุนไพรกับน้ำจนเดือด ไอน้ำ มันหอมระเหยและสารระเหยต่างๆ ซึ่งมีอยู่ในสมุนไพรจะออกมาสัมผัสถูกผิวหนัง ทำให้มีผลเฉพาะที่ และเข้าไปกับลมหายใจซึ่งจะมีผลต่อระบบทางเดินหายใจและผลทั่วร่างกาย

ในปัจจุบันการอบสมุนไพรได้รับความนิยมกันมากขึ้น นอกจากจะใช้กับกลุ่มสตรีที่คลอดบุตรใหม่หรือผู้ที่ได้รับอุบัติเหตุแล้ว ยังได้รับความนิยมกับคนที่ต้องการลดน้ำหนักและต้องการให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง

ประโยชน์จากการอบสมุนไพร
1. มีการขยายตัวของเส้นเลือดฝอยจึงมีผลช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิตในร่างกาย
2. ช่วยทำให้อุณหภูมิของร่างกายสูงขึ้น
3. ช่วยทำให้ร่างกายขับเหงื่อออกมากขึ้นขยายรูขุมขน
4. ช่วยทำให้ทางเดินหายใจชุ่มชื้นช่วยละลายเสมหะทำให้ขับออกมาได้ง่ายขึ้น
5. ช่วยบรรเทาอาการระคายเคืองในลำคอ
6. บรรเทาอาการปวดเมื่อยผ่อนคลายกล้ามเนื้อปวดข้อและเส้นเอ็น
7. ช่วยบรรเทาอาการบวมและเหน็บชา
8. ช่วยให้น้ำหนักของร่างกายลดลงได้ชั่วคราว
9 ช่วยบำรุงผิวพรรณบรรเทาอาการคันผดผื่นและบรรเทาอาการโรคผิวหนังชนิดไม่ร้ายแรงและไม่ติดเชื้อ
10. ช่วยชำระล้างและขับของเสียออกจากร่างกายทางผิวหนัง
11. ในกรณีสตรีหลังคลอดช่วยให้มดลูกเข้าอู่ขับน้ำคาวปลา

สมุนไพรที่ใช้ในการอบไอน้ำสมุนไพร
ไพร – แก้ปวดเมื่อย ครั่นเนื้อครั่นตัว ลดอาการอักเสบ
ขมิ้นชัน – แก้โรคผิวหนังสมานแผล
ตะไคร้ – ดับกลิ่นคาว บำรุงธาตุไฟ
ใบ ผิวมะกรูด – แก้ลมวิงเวียน
ใบหนาด – แก้โรคผิวหนังพุพอง น้ำเหลืองเสีย
ว่านน้ำ – ช่วยขับเหงื่อ แก้ไข้
ใบส้มป่อย – แก้หวัด แก้ปวดเมื่อย ต้มน้ำอาบหลังคลอด หรือชุบสำลีปิดแผลโรคผิวหนัง
เหงือกปลาหมอ – แก้โรคผิวหนัง พุพอง
กระวาน – แก้เจ็บ ตาแฉะ ตามัว
เกสรทั้ง 5 – แต่งกลิ่น บำรุงหัวใจ
เถาเอ็นอ่อน – แก้เส้นตึง แก้ปวดเมื่อยคลายเส้น
เถาวัลย์เปรียง – แก้ปวดเมื่อย

ข้อควรระวังในการอบสมุนไพร
1. ผู้ที่เป็นโรคหัวใจ โรคปอด โรคลมบ้าหมู ตกเลือด ท้องเสียอย่างรุนแรง ไข้ทับระดู ไข้สูง อ่อนเพลีย โรคติดเชื้อ ไม่ควรอบสมุนไพร
2. ในขณะอบสมุนไพรถ้ารู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออกควรออกมาพักนอกกระโจม อย่าฝืนอบต่อไป
3. ระวังอย่าให้ไอน้ำร้อนลวกถูกร่างกาย ควบคุมความร้อนอย่าให้สูงเกิน 40 องศาเซลเซียส
4. ไม่ควรอบนานเกินไปเพราะร่างกายอาจเสียน้ำและเกลือแร่ออกทางเหงื่อมากเกินไป จะทำให้อ่อนเพลีย ซึม ถ้าเป็นมากอาจช็อคได้ ปกติควรใช้เวลาอบทั้งสิ้น 15-30 นาที โดยพักนอกกระโจมในระหว่างการอบบ้าง

ข้อห้ามในการอบสมุนไพร
1. มีไข้สูง
2. โรคติดต่อร้ายแรง
3. โรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ หอบหืดระยะรุนแรง ลมชัก
4. สตรีขณะมีประจำเดือน
5. มีการอักเสบจากบาดแผลเปิดและแผลปิด
6. อ่อนเพลีย อดอาหาร อดนอน หลังรับประทานอาหารใหม่
7. ปวดศีรษะ

Tags :